NBTC
ข้อมูลจาก กสทช
ข้อมูลจาก กสทช
ก้าวสู่ยุค Hybrid และระบบเตือนภัยอัจฉริยะ
สำนักงาน กสทช. เผยแนวคิดการเตรียมความพร้อมขับเคลื่อนดิจิทัลทีวีของประเทศไทยภายหลังสิ้นสุดใบอนุญาตในปี 2572 โดยมุ่งเน้นการยกระดับคุณภาพสัญญาณและการบริหารจัดการโครงข่าย (MUX) ให้มีประสิทธิภาพสูงสุดตามมาตรฐาน DVB-T2 ควบคู่กับการกำหนดให้ความคมชัดระดับ HD เป็นมาตรฐานหลักเพื่อตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภคในปัจจุบัน ขณะที่ความคมชัดระดับ 4K ยังอยู่ในสถานะชะลอเพื่อรอความพร้อมของอุตสาหกรรม
นอกจากนี้ เทรนด์ของเทคโนโลยีโทรทัศน์กำลังเปลี่ยนผ่านไปสู่กลุ่ม Connected TV ผ่านระบบปฏิบัติการหลักอย่าง Google TV, Tizen และ webOS โดยมีแนวโน้มการผสานเทคโนโลยีลูกผสมอย่าง HbbTV และ DVB-I เพื่อเชื่อมโยงการออกอากาศแบบดั้งเดิมเข้ากับเครือข่ายอินเทอร์เน็ต (IP) ไฮไลต์สำคัญคือการพัฒนาอุบัติการณ์ระบบแจ้งเตือนภัยพิบัติแห่งชาติ (EWS) บนโครงข่ายโทรทัศน์ภาคพื้นดิน ซึ่งสามารถเจาะจงพื้นที่เสี่ยงภัยเพื่อส่งข้อมูลภาพและเสียงเตือนประชาชนได้อย่างแม่นยำ โดยจะทำงานร่วมกับระบบ Cell Broadcast เพื่อลดช่องว่างการสื่อสารและเพิ่มความปลอดภัยให้ครอบคลุมครัวเรือนทั่วประเทศอย่างยั่งยืน
HbbTV (Hybrid Broadcast Broadband TV) เป็นมาตรฐานระดับโลกที่ผสานความเสถียรของสัญญาณทีวีดั้งเดิม (DVB-T2) เข้ากับพลังในการโต้ตอบของอินเทอร์เน็ต (Broadband)
กลไกการทำงานของ HbbTV นั้นง่ายมากสำหรับผู้ใช้:
โครงข่ายทีวีส่งตารางข้อมูลแอปพลิเคชัน (AIT) ไปพร้อมกับสัญญาณทีวีปกติ
สมาร์ททีวีของผู้ชมจะตรวจพบสัญญาณนี้
ทีวีจะดึงข้อมูลแอปพลิเคชันผ่านอินเทอร์เน็ตบ้านมาประมวลผล
หน้าจอจะแสดงสัญลักษณ์ขึ้นมา ให้ผู้ชมสามารถกด "ปุ่มสีแดง" (Red Button) บนรีโมทเพื่อเปิดชั้นข้อมูลอัจฉริยะ (Interactive Overlay) บนหน้าจอทีวีสดได้ทันที เพื่อเลือกดูรายการย้อนหลัง (Catch-up TV) เริ่มดูใหม่ตั้งแต่ต้น (Restart TV) หรือดูข้อมูลเพิ่มเติม
Addressable TV Advertising: การยิงโฆษณาที่เจาะจงรายครัวเรือน โดยผสมผสานการเข้าถึงกลุ่มคนจำนวนมากของทีวีเข้ากับความแม่นยำของ IP Data
Audience Analytics: การเก็บข้อมูลพฤติกรรมการรับชมแบบ Real-time เพื่อนำไปวิเคราะห์และพัฒนาคอนเทนต์
Interactive Commerce (T-Commerce): ผู้ชมสามารถซื้อสินค้าบนหน้าจอทีวีได้โดยตรงอย่างสะดวกสบาย
Precision Emergency Warning System (EWS): ระบบแจ้งเตือนภัยพิบัติอัจฉริยะที่สามารถยิงป๊อปอัปแจ้งเตือนเฉพาะพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ (Geo-targeted delivery) พร้อมแสดงแผนที่อพยพความละเอียดสูงและข้อมูลอัปเดตสด ซึ่งมีประสิทธิภาพมากกว่าตัวอักษรวิ่งแบบเดิมอย่างมาก
ปัจจุบัน เทคโนโลยี HbbTV ได้รับการพิสูจน์แล้วในยุโรป (เช่น เยอรมนี ฝรั่งเศส อิตาลี) และเอเชียแปซิฟิก (เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย) สำหรับประเทศไทย MCOT ร่วมมือกับ ททบ.5, กรมประชาสัมพันธ์ (PRD) และ Thai PBS ในการเปิดโปรเจกต์ Sandbox เพื่อทดสอบระบบ HbbTV บนโครงข่าย MUX
การทดสอบนี้ใช้โรดแมป 6 เดือน แบ่งเป็น 3 เฟส ตั้งแต่การรวมระบบ, การทดสอบภาคสนาม (Field Trial) ด้านระบบข้อมูลผู้ชม VOD และการยิงโฆษณาเฉพาะกลุ่ม เพื่อรวบรวมข้อมูลสรุปทางเทคนิคเสนอเป็นนโยบายต่อสำนักงาน กสทช. ต่อไป ซึ่งนี่คือการเปลี่ยนผ่านบทบาทของ ผู้ให้บริการ MUX จากเดิมที่เป็นเพียงผู้ส่งสัญญาณทางเดียว (Passive Transmission) ไปสู่การเป็น "แพลตฟอร์มโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล" (Interactive Platform) ที่เป็นกระดูกสันหลังของเศรษฐกิจสื่อยุคใหม่
เทคโนโลยี CC และ AI ล่ามภาษามือ: สื่อทีวีไทยเพื่อความเท่าเทียม
ศูนย์บริการคำบรรยายแทนเสียง ประเทศไทย (TCC) ภายใต้ สวทช. ได้พัฒนาเทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับรายการโทรทัศน์ดิจิทัล เพื่อตอบรับข้อกำหนดของ กสทช. ในการส่งเสริมให้ผู้พิการทางการได้ยินเข้าถึงข้อมูลได้อย่างเท่าเทียม มีใจความสำคัญดังนี้:
ข้อกำหนด กสทช.: บังคับให้สถานีโทรทัศน์ต้องมีบริการล่ามภาษามือ, บริการเสียงบรรยายภาพ (AD) และบริการคำบรรยายแทนเสียง (CC) ตามสัดส่วนเวลาที่กำหนด
ความท้าทายของ Live CC: ข้อความคำบรรยายสดต้องขึ้นจอภายใน 5 วินาทีและถูกต้องเกิน 90% ท่ามกลางข้อจำกัดที่คนพูดเร็วกว่าคนพิมพ์ถึง 3–4 เท่า และปัญหา Bandwidth ของโครงข่าย
Auto Caption Studio: แพลตฟอร์มระบบ AI ช่วยสร้างคำบรรยายแทนเสียงอัตโนมัติ (Speech-to-Text) มีความแม่นยำสูง ตัดคำเว้นวรรคตามมาตรฐานสากล ช่วยลดเวลาทำงานจากหลายชั่วโมงเหลือเพียงไม่กี่นาที
SignThAI ล่าม AI 3D: นวัตกรรมปัญญาประดิษฐ์ (ปี 2025-2026) แปลงข้อความพยากรณ์อากาศให้เป็นวิดีโอแอนิเมชันภาษามือ 3D ที่เคลื่อนไหวต่อเนื่องเป็นธรรมชาติ
รองรับมาตรฐาน IPTV: เทคโนโลยีรองรับมาตรฐานสากล (ITU-T H.700-series) ช่วยให้ผู้รับชมสามารถปรับแต่งหน้าจอแยก เลือกเปิด/ปิด หรือปรับขนาดจอล่ามภาษามือได้ตามความสะดวก